Knowledge Management

การประเมินผู้รับบริการ (Assessment)


          การประเมินผู้รับบริการ (Assessment) ถือเป็นขั้นตอนแรกของกระบวนการพยาบาล เป็นขั้นตอนที่มีความสำคัญเนื่องจากเป็นการค้นหาสาเหตุหรือปัจจัยต่างๆที่ส่งผลกระทบต่อการเจ็บป่วยทั้งทางด้านสุขภาพกายและใจ หากผู้ให้การดูแลไม่สามารถประเมินผู้รับบริการได้อย่างครอบคลุมแล้วย่อมที่จะไม่สามารถให้การดูแลเพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างครอบคลุมเช่นเดียวกัน การเก็บรวบรวมข้อมูลในการประเมินผู้รับบริการจะสามารถกระทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีจำเป็นต้องอาศัยประสบการณ์จากผู้ประเมิน เครื่องมือหรือแบบประเมินที่ใช้ ซึ่งควรมีเนื้อหาหรือหัวข้อการประเมินที่ครอบคลุม ง่าย และสะดวกต่อการนำไปใช้
          การประยุกต์ใช้แบบประเมินตามกรอบแนวคิดแบบแผนสุขภาพของกอร์ดอน (Gordon’s functional health pattern framework) ประกอบด้วย 11 แบบแผน คือแบบแผนที่ 1 การรับรู้ภาวะสุขภาพและการดูแลสุขภาพ, แบบแผนที่ 2 โภชนาการและการเผาผลาญสารอาหาร, แบบแผนที่ 3 การขับถ่าย, แบบแผนที่ 4 กิจกรรมและการออกกำลังกาย, แบบแผนที่ 5 การพักผ่อนนอนหลับ, แบบแผนที่ 6 สติปัญญาและการรับรู้, แบบแผนที่ 7 การรับรู้และอัตมโนทัศน์, แบบแผนที่ 8 บทบาทและสัมพันธภาพ, แบบแผนที่ 9 เพศและการเจริญพันธ์, แบบแผนที่ 10 การปรับตัวและทนทานต่อความเครียด และแบบแผนที่ 11 คุณค่าและความเชื่อ ซึ่งในแต่ละแบบแผนจะกล่าวถึงลักษณะพฤติกรรม และปัจจัยส่งเสริมหรือปัจจัยเสี่ยงต่อการทำงานของร่างกายที่อาจปกติหรือผิดปกติ (Function or Disfunction) โดยเมื่อผู้ให้การดูแลทำการเก็บรวบรวมข้อมูลเสร็จสิ้นจะนำมาสู่ขั้นตอนของการนำข้อมูลที่ได้มาทำการตั้งข้อวินิจฉัยทางการพยาบาลเพื่อให้การดูแลแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นต่อไป
          จากการพิจารณารูปแบบข้อวินิจฉัยการพยาบาล The NANDA-I taxonomy พบว่ามีความคล้ายคลึง ใกล้เคียงกันกับแบบแผนสุขภาพของกอร์ดอน เนื่องจากเป็นการประยุกต์พัฒนามาจากกรอบแนวคิดแบบแผนสุขภาพของกอร์ดอน แต่จะมีการมองผู้รับบริการทั้งเป็นบุคคล ครอบครัว กลุ่มคน และสังคมมากขึ้น โดยมีรายละเอียด
Domain 1 การส่งเสริมสุขภาพ (Health Promotion)
          Class 1.1 Health Awareness (ความตระหนักเกี่ยวกับภาวะสุขภาพ)
          Class 1.2 Health Management (การจัดการด้านสุขภาพ)
Domain 2 ภาวะโภชนาการ (Nutrition)
          Class 2.1 Ingestion (การได้รับสารอาหาร)
          Class 2.2 Digestion (การย่อยอาหาร)
          Class 2.3 Absorption (การดูดซึม)
          Class 2.4 Metabolism (การเผาผลาญอาหาร)
          Class 2.5 Hydration (สารน้ำและอิเล็กโทรไลต์)
Domain 3 การขับถ่ายและแลกเปลี่ยน (Elimination and Exchange)
          Class 3.1 Urinary function (การทำหน้าที่ของระบบทางเดินปัสสาวะ)
          Class 3.2 Gastrointestinal function (การทำหน้าที่ของระบบทางเดินอาหาร)
          Class 3.3 Integumentary function (การทำหน้าที่ของงระบบผิวหนัง)
          Class 3.4 Respiratory function (การทาหน้าที่ของระบบทางเดินหายใจ)
Domain 4 การทำกิจกรรม/การพกผ่อน (Activity/ Rest)
          Class 4.1 Sleep/ Rest (การนอนหลับ / พักผ่อน)
          Class 4.2 Activity/ Exercise (การทำกิจกรรม/ การออกกำลังกาย)
          Class 4.3 Energy balance (ความสมดุลของพลังงาน)
          Class 4.4 Cardiovascular / Pulmonary responses (การตอบสนองของระบบหัวใจ/ ระบบหายใจ)
          Class 4.5 Self-care (การดแลตนเอง)
Domain 5 การรับรู้ / ความรู้ความเข้าใจ (Perception/Cognition)
          Class 5.1 Attention (ความสนใจ)
          Class 5.2 Orientation (การรับรู้วัน เวลา สถานที่)
          Class 5.3 Sensation/ Perception (ความรู้สึก/ การรับรู้)
          Class 5.4 Cognition (ความรู้ความเข้าใจ)
          Class 5.5 Communication (การติดต่อสื่อสาร)
Domain 6 การรับรู้ตนเอง (Self-Perception)
          Class 6.1 Self-concept (แนวคิดเกี่ยวกับตนเอง)
          Class 6.2 Self-esteem (ความภาคภูมิใจในตนเอง)
          Class 6.3 Body-image (ภาพลักษณ์ทางร่างกาย)
Domain 7 บทบาทและสัมพันธภาพ (Role Relationships)
          Class 7.1 Caregiving role (บทบาทในการดูแล)
          Class 7.2 Family relationships (ปฏิสัมพันธ์ในครอบครัว)
          Class 7.3 Role performance (การปฏิบัติตามบทบาท)
Domain 8 ลักษณะทางเพศ (Sexuality)
          Class 8.1 Sexual identity (เอกลักษณ์ทางเพศ)
          Class 8.2 Sexual function (สมรรถภาพทางเพศ)
          Class 8.3 Reproduction (การสืบพันธุ์)
Domain 9 การเผชิญและความทนต่อเครียด (Coping/Stress Tolerance)
          Class 9.1 Post trauma responses (ปฏิกิริยาโต้ตอบหลังการบาดเจ็บ)
          Class 9.2 Coping responses (ปฏิกิริยาในการเผชิญความเครียด)
          Class 9.3 Neurobehavioral stress (พฤติกรรมทางระบบประสาทเมื่อเกิดความเครียด)
Domain 10 หลักการดำเนินชีวิต (Life Principles)
          Class 10.1 Values (ค่านิยม)
          Class 10.2 Beliefs (ความเชื่อ)
          Class 10.3 Value/ Belief/ Action congruence (ค่านิยม/ ความเชื่อ และความสอดคล้องของการแสดงออก)
Domain 11 ความปลอดภัย/การป้องกัน (Safety/Protection)
          Class 11.1 Infection (การติดเชื้อ)
          Class 11.2 Physical injury (การบาดเจ็บทางกาย)
          Class 11.3 Violence (การใช้ความรุนแรง)
          Class 11.4 Environmental hazards (อันตรายจากสิ่งแวดล้อม)
          Class 11.5 Defensive processes (กระบวนการป้องกัน)
          Class 11.6 Thermoregulation (การควบคุมอุณหภูมิ)
Domain 12 ความสุขสบาย (Comfort)
          Class 12.1 Physical comfort (ความสุขสบายทางร่างกาย)
          Class 12.2 Environmental comfort (ความสุขสบายจากสิ่งแวดล้อม)
          Class 12.3 Social comfort (ความสุขสบายจากสังคม)
Domain 13 การเจริญเติบโต / พัฒนาการ (Growth/Development)
          Class 13.1 Growth (การเจริญเติบโต)
          Class 13.2 Development (พัฒนาการ)
          จากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้โดยคณะกรรมการจัดการความรู้และคณาจารย์ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยปทุมธานี จึงเกิดเป็นบทเรียนที่ว่าการเก็บรวบรวมข้อมูลผู้รับบริการเพื่อประเมินปัญหา ปัจจัย/ความเสี่ยงต่างๆที่อาจส่งผลต่อภาวะสุขภาพ/การเจ็บป่วย ควรมีการประยุกต์ปรับปรุงให้แบบประเมินผู้รับบริการมีความสอดคล้องกับการตั้งข้อวินิจฉัยทางการพยาบาล เพื่อให้เกิดการประเมินและดูแลให้การพยาบาลแก่ผู้รับบริการได้อย่างครอบคลุม จึงนำมาสู่การพัฒนาแบบประเมินผู้รับบริการตามรูปแบบของ NANDA ในที่สุด

การพัฒนาและประยุกต์ใช้แบบประเมินผู้รับบริการ

          การปฏิบัติการพยาบาลเพื่อดูแลภาวะสุขภาพจำเป็นต้องใช้กระบวนการพยาบาล (Nursing process) มาช่วยในการคิดวิเคราะห์และการตัดสินใจทางคลินิกเพื่อแก้ปัญหาหรือตอบสนองตามความต้องการของผู้รับบริการ กระบวนการพยาบาล เป็นเครื่องมือและวิธีการที่สำคัญของวิชาชีพการพยาบาล ประกอบด้วยขั้นตอนต่างๆ 5 ขั้นตอน ดังนี้ 1) การประเมินภาวะสุขภาพ (Health assessment) 2) การวินิจฉัยการพยาบาล (Nursing diagnosis) 3) การวางแผนการพยาบาล (Planning) 4) การปฏิบัติการพยาบาล (Implementation) และ 5) การประเมินผล (Evaluation)
          การประเมินภาวะสุขภาพของผู้รับบริการ คือวิธีการได้มาซึ่งปัญหาหรือความต้องการของผู้รับบริการในแต่ละราย ซึ่งนอกจากอาการแสดงที่บ่งบอกถึงปัญหาแล้วนั้น ผู้รับบริการแต่ละคนอาจมีสาเหตุที่ซ่อนไว้ หรือไม่ได้บอกกล่าวให้กับผู้ให้การดูแลได้รับทราบ พยาบาลจึงจำเป็นต้องประเมินให้ครอบคลุมทั้งมิติทางกาย จิต สังคม และจิตวิญญาณ เนื่องจากมิติทั้งหมดเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อภาวะสุขภาพของบุคคลทั้งสิ้น การประเมินภาวะสุขภาพที่ดีย่อมส่งผลให้ได้ปัญหาหรือความต้องการของผู้รับบริการที่แท้จริง เพื่อการแก้ปัญหาหรือตอบสนองต่อผู้รับบริการอย่างสูงสุด โดยการได้มาซึ่งปัญหาหรือความต้องการที่แท้จริงของผู้รับบริการนั้นจำเป็นต้องใช้การประเมินภาวะสุขภาพของผู้รับบริการที่ถูกต้องเหมาะสม การประเมินภาวะสุขภาพของผู้รับบริการที่ดีจำเป็นต้องอาศัยทั้งประสบการณ์ ทักษะของการสื่อสาร ทักษะการตั้งคำถาม การสังเกต การฟังที่ดี รวมถึงการมีแบบประเมินหรือเครื่องมือที่ช่วยให้การประเมินภาวะสุขภาพของผู้รับบริการมีความครอบคลุมทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ สังคม และจิตวิญญาณ มีความง่าย และสะดวกต่อการนำไปใช้